ปัญหาที่พบได้บ่อยจากการใช้หูฟังทั่วไปในพื้นที่ทำงาน
อึดอัด
ทำให้หูล้าหลังจากคุยสายเป็นเวลานานหรือฟังเพลงต่อเนื่องยาวนาน
ไม่สะดวก
คุณต้องถอดหูฟังออกเพื่อคุยกับคนรอบข้าง ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการวางลืมหรือสูญหายได้ง่าย
จุดเด่นที่ทำให้หูฟัง Shokz ได้เปรียบเหนือใคร
ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
สบายตลอดวัน
ใส่สบายรองรับการใช้งานยาวนานตลอดวันและการประชุมออนไลน์ที่ต่อเนื่อง
รับรู้เหตุการณ์รอบตัวแบบ Open-Ear
คุยกับผู้คนได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก
ผลิตภัณฑ์
รุ่น
คุณภาพเสียง
ใส่สบายและกระชับ
น้ำหนัก
มาตรฐานกันน้ำ
อายุการใช้งานแบตเตอรี่
ไมโครโฟน
อีควอไลเซอร์
การรับประกัน
OpenFit 2 Series
T921
5.0⭐
DualBoost™ + Dolby Audio
DualBoost™ + Dolby Audio
Shokz Ultra-Soft Silicone™ 2.0
น้ำหนัก 9.4 กรัมต่อข้าง
IP55
หูฟัง: 11 ชั่วโมง และใช้งานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 4 ตัว
โหมดเสียง Dolby Audio และโหมด EQ สำเร็จรูป 4 แบบ + โหมดปรับแต่งเอง 2 แบบ (ในแอป)
2 ปี
OpenDots ONE
E310
5.0⭐
Bassphere™ + Dolby Audio
Bassphere™ + Dolby Audio
แนบสนิท กระชับมั่นใจด้วย *Shokz JointArc™
น้ำหนัก 6.5 กรัมต่อข้าง
IP54
หูฟัง: 10 ชั่วโมง และใช้งานได้สูงสุด 40 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 4 ตัว
โหมดเสียง Dolby Audio และโหมด EQ สำเร็จรูป 4 แบบ + โหมดปรับแต่งเอง 2 แบบ (ในแอป)
2 ปี
เรื่องราวจริงและเสียงของจริง
เกียรติยศของแบรนด์
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ 1: OpenRun Pro 2 เป็นหูฟัง Bone Conduction ใช่หรือไม่
ใช่ OpenRun Pro 2 เป็นหูฟัง Bone Conduction โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี DualPitch™ ล่าสุดจาก Shokz ซึ่งเป็นการผสานการทำงานระหว่างไดรเวอร์ Bone Conduction และไดรเวอร์ Air Conduction ได้อย่างลงตัว โดยไดรเวอร์ Bone Conduction จะถ่ายทอดความถี่เสียงย่านกลางและสูงได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ไดรเวอร์ Air Conduction จะส่งมอบพลังเสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่ 2: หูฟังรุ่นนี้รองรับเทคโนโลยี aptX Low Latency (aptX LL) หรือไม่
เทคโนโลยี aptX Low Latency (aptX LL) จะช่วยเรื่องการส่งสัญญาณไร้สายระยะสั้น เพื่อให้เสียงและภาพตรงกันอย่างราบรื่นในการรับชมวิดีโอและการเล่นเกม โดยในปัจจุบัน หูฟังของเรายังไม่รองรับเทคโนโลยี aptX Low Latency นี้
คำถามที่ 3: ทำไมฉันยังได้ยินเสียงสิ่งรอบข้างดังชัดเจน ทั้งที่หูฟังระบุว่ามีระบบลดเสียงรบกวน
หูฟังของ Shokz ได้รับการออกแบบในดีไซน์ Open-Ear ซึ่งทำให้คุณยังคงได้ยินเสียงรอบข้างได้ในขณะใส่หูฟังอยู่ ถือเป็นเรื่องปกติของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ฟังก์ชันลดเสียงรบกวนได้รับการออกแบบมาเพื่อการทำงานของไมโครโฟนโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เสียงพูดของคุณชัดเจนยิ่งขึ้นในระหว่างสนทนาสาย หากคุณได้ยินเสียงรบกวนจากปลายสาย ปัญหานั้นจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในระบบลดเสียงรบกวนของอุปกรณ์ของฝั่งตรงข้าม
คำถามที่ 4: หูฟัง Shokz สามารถช่วยลดเสียงลมได้หรือไม่
ในปัจจุบัน มีเพียงรุ่น OpenRun Pro 2 เท่านั้นที่มีระบบลดเสียงรบกวนจากลม ด้วยการจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนไว้ในจุดที่ปะทะลมน้อยที่สุด ประกอบกับการออกแบบโครงสร้างภายในเพื่อช่วยบล็อกลมไม่ให้เข้าสู่ไมโครโฟนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพการสนทนาที่คมชัดแม้ในสภาพที่มีลมแรง
คำถามที่ 5: ทำไม OpenRun ถึงได้มาตรฐาน IP67 ในขณะที่ OpenRun Pro 2 ได้มาตรฐาน IP55
ความแตกต่างนี้มีสาเหตุหลักมาจากโครงสร้างดีไซน์และจุดขายของผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก OpenRun Pro 2 เลือกใช้เทคโนโลยี DualPitch™ รุ่นล่าสุด ร่วมกับดีไซน์ตาข่ายแบบสองชั้น ซึ่งจะมอบระดับคุณภาพเสียงที่เหนือชั้นกว่ารุ่น OpenRun
จากการวิจัยข้อมูลกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมากพบว่า มาตรฐานการทนน้ำและทนฝุ่นระดับ IP55 นั้นเพียงพอและครอบคลุมต่อการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแล้ว คุณจึงสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ทางเราไม่แนะนำให้สวมใส่หูฟังในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น บ่อน้ำพุร้อน หรือห้องซาวน่า รวมถึงไม่ควรสวมใส่ขณะว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือกลางฝนที่ตกหนักเป็นเวลานาน
จากการวิจัยข้อมูลกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมากพบว่า มาตรฐานการทนน้ำและทนฝุ่นระดับ IP55 นั้นเพียงพอและครอบคลุมต่อการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแล้ว คุณจึงสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ทางเราไม่แนะนำให้สวมใส่หูฟังในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น บ่อน้ำพุร้อน หรือห้องซาวน่า รวมถึงไม่ควรสวมใส่ขณะว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือกลางฝนที่ตกหนักเป็นเวลานาน
คำถามที่ 6: หูฟังรุ่น OpenSwim และ OpenSwim Pro สามารถนำไปใช้ในน้ำทะเลหรือสระว่ายน้ำได้หรือไม่
ตามมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IEC 60529 (IP Code) หูฟังรุ่น OpenSwim และ OpenSwim Pro ได้รับมาตรฐานกันน้ำ IP68
IP68: สามารถใช้งาน OpenSwim Pro ใต้น้ำได้ลึกสุด 2 เมตร เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงโดยยังทำงานได้เป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม หูฟังไม่เหมาะสำหรับใช้งานในห้องซาวน่าหรือการใส่อาบน้ำ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจเร่งให้หูฟังเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และสารต่าง ๆ เช่น กำมะถันในซาวน่าอาจทำลายสารยึดเกาะ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการกันน้ำได้
OpenSwim Pro สามารถใส่ว่ายน้ำได้ทั้งในทะเลและสระว่ายน้ำทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากคราบเกลือ แนะนำให้ล้างหูฟังด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
หมายเหตุ: ในขณะชาร์จไฟหรือโอนย้ายข้อมูล กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งตัวหูฟังและสายเคเบิลแห้งสนิท เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาการทำงานของอุปกรณ์ให้เป็นปกติ
IP68: สามารถใช้งาน OpenSwim Pro ใต้น้ำได้ลึกสุด 2 เมตร เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงโดยยังทำงานได้เป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม หูฟังไม่เหมาะสำหรับใช้งานในห้องซาวน่าหรือการใส่อาบน้ำ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจเร่งให้หูฟังเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และสารต่าง ๆ เช่น กำมะถันในซาวน่าอาจทำลายสารยึดเกาะ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการกันน้ำได้
OpenSwim Pro สามารถใส่ว่ายน้ำได้ทั้งในทะเลและสระว่ายน้ำทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากคราบเกลือ แนะนำให้ล้างหูฟังด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
หมายเหตุ: ในขณะชาร์จไฟหรือโอนย้ายข้อมูล กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งตัวหูฟังและสายเคเบิลแห้งสนิท เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาการทำงานของอุปกรณ์ให้เป็นปกติ
คำถามที่ 7: ใช้โหมดบลูทูธขณะว่ายน้ำได้หรือไม่
ไม่ได้ โหมดบลูทูธไม่สามารถเปิดใช้งานใต้น้ำได้
เนื่องจากสัญญาณบลูทูธแพร่กระจายได้ดีในอากาศซึ่งมีแรงต้านต่ำ ทำให้สัญญาณเดินทางโดยมีสิ่งกีดขวางน้อยมาก ในทางกลับกัน น้ำถือเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะดูดซับคลื่นวิทยุอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคลื่นความถี่สูง เมื่อคลื่นวิทยุผ่านลงน้ำ พลังงานของคลื่นจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระยะการส่งสัญญาณสั้นลงอย่างมาก จนไม่เพียงพอต่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือรับส่งข้อมูลได้อย่างเสถียร
ด้วยเหตุนี้ ทางเราจึงแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้งานโหมดเครื่องเล่น MP3 ของหูฟังซีรีส์สำหรับว่ายน้ำแทนเมื่อต้องใช้งานใต้น้ำ
เนื่องจากสัญญาณบลูทูธแพร่กระจายได้ดีในอากาศซึ่งมีแรงต้านต่ำ ทำให้สัญญาณเดินทางโดยมีสิ่งกีดขวางน้อยมาก ในทางกลับกัน น้ำถือเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะดูดซับคลื่นวิทยุอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคลื่นความถี่สูง เมื่อคลื่นวิทยุผ่านลงน้ำ พลังงานของคลื่นจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระยะการส่งสัญญาณสั้นลงอย่างมาก จนไม่เพียงพอต่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือรับส่งข้อมูลได้อย่างเสถียร
ด้วยเหตุนี้ ทางเราจึงแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้งานโหมดเครื่องเล่น MP3 ของหูฟังซีรีส์สำหรับว่ายน้ำแทนเมื่อต้องใช้งานใต้น้ำ