ปัญหาที่พบได้บ่อยจากการใช้หูฟังออกกำลังกายทั่วไป
จุดเด่นที่ทำให้หูฟัง Shokz ได้เปรียบเหนือใคร
ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การออกกำลังกาย
แนบสนิท กระชับมั่นใจ
ที่คล้องหูดีไซน์ตามหลักสรีรศาสตร์ช่วยล็อกตัวหูฟังให้แน่นกระชับและนิ่งสนิท ไม่ว่าคุณจะวิ่งหรือกระโดด
รับรู้เหตุการณ์รอบตัวแบบ Open-Ear
ออกกำลังกายไปพร้อมกับเสียงดนตรี พร้อมรับรู้สถานการณ์รอบตัวได้ตลอดเวลา
ดีไซน์ระบายอากาศได้ดี
หูฟัง Open-Ear ช่วยให้ช่องหูของคุณเย็นสบาย ไม่อับชื้น และไร้ปัญหาเหงื่อสะสม
ระบบควบคุมที่แม่นยำ
ปุ่มกดแบบนูนมอบการควบคุมที่แม่นยำและเสถียร แม้ในขณะที่นิ้วมือของคุณเปียกเหงื่อ
เลือกหูฟัง Shokz รุ่นที่ "ใช่" และเหมาะกับคุณที่สุด
ผลิตภัณฑ์
รุ่น
คุณภาพเสียง
น้ำหนัก
มาตรฐานกันน้ำ
อายุการใช้งานแบตเตอรี่
วิธีการชาร์จ
อีควอไลเซอร์
พื้นที่จัดเก็บ
การรับประกัน
S710
เทคโนโลยี Bone Conduction รุ่นที่ 8
27.3 กรัม
มาตรฐานกันน้ำ IP68 รองรับการว่ายน้ำที่ระดับความลึก 2 เมตร
โหมดบลูทูธ: ใช้งานได้นาน 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โหมด MP3: ใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ชาร์จแบบแถบแม่เหล็ก 4 พิน
โหมด EQ สำเร็จรูป 2 แบบ (ในแอป)
32 GB
2 ปี
S820
เทคโนโลยี Bone Conduction รุ่นที่ 10
30.3 กรัม
มาตรฐานกันน้ำ IP55 สำหรับการออกกำลังกายที่หนักหน่วง
ชาร์จแบบ USB-C
โหมด EQ สำเร็จรูป 4 แบบ + โหมดปรับแต่งเอง 2 แบบ (ในแอป)
/
2 ปี
T921
DualBoost™ + Dolby Audio
น้ำหนัก 9.4 กรัมต่อข้าง
IP55
หูฟัง: 11 ชั่วโมง และใช้งานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
ชาร์จแบบ USB-C
โหมดเสียง Dolby Audio และโหมด EQ สำเร็จรูป 4 แบบ + โหมดปรับแต่งเอง 2 แบบ (ในแอป)
/
2 ปี
E310
Bassphere™ + Dolby Audio
น้ำหนัก 6.5 กรัมต่อข้าง
IP54
หูฟัง: 10 ชั่วโมง และใช้งานได้สูงสุด 40 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
ชาร์จแบบ USB-C
โหมดเสียง Dolby Audio และโหมด EQ สำเร็จรูป 4 แบบ + โหมดปรับแต่งเอง 2 แบบ (ในแอป)
/
2 ปี
เรื่องราวจริงและเสียงของจริง
ได้รับความไว้วางใจจากเหล่านักกีฬา
เกียรติยศของแบรนด์
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ 1: OpenRun Pro 2 เป็นหูฟัง Bone Conduction ใช่หรือไม่
ใช่ OpenRun Pro 2 เป็นหูฟัง Bone Conduction โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี DualPitch™ ล่าสุดจาก Shokz ซึ่งเป็นการผสานการทำงานระหว่างไดรเวอร์ Bone Conduction และไดรเวอร์ Air Conduction ได้อย่างลงตัว โดยไดรเวอร์ Bone Conduction จะถ่ายทอดความถี่เสียงย่านกลางและสูงได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ไดรเวอร์ Air Conduction จะส่งมอบพลังเสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่ 2: หูฟังรุ่นนี้รองรับเทคโนโลยี aptX Low Latency (aptX LL) หรือไม่
เทคโนโลยี aptX Low Latency (aptX LL) จะช่วยเรื่องการส่งสัญญาณไร้สายระยะสั้น เพื่อให้เสียงและภาพตรงกันอย่างราบรื่นในการรับชมวิดีโอและการเล่นเกม โดยในปัจจุบัน หูฟังของเรายังไม่รองรับเทคโนโลยี aptX Low Latency นี้
คำถามที่ 3: ทำไมฉันยังได้ยินเสียงสิ่งรอบข้างดังชัดเจน ทั้งที่หูฟังระบุว่ามีระบบลดเสียงรบกวน
หูฟังของ Shokz ได้รับการออกแบบในดีไซน์ Open-Ear ซึ่งทำให้คุณยังคงได้ยินเสียงรอบข้างได้ในขณะใส่หูฟังอยู่ ถือเป็นเรื่องปกติของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ฟังก์ชันลดเสียงรบกวนได้รับการออกแบบมาเพื่อการทำงานของไมโครโฟนโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เสียงพูดของคุณชัดเจนยิ่งขึ้นในระหว่างสนทนาสาย หากคุณได้ยินเสียงรบกวนจากปลายสาย ปัญหานั้นจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในระบบลดเสียงรบกวนของอุปกรณ์ของฝั่งตรงข้าม
คำถามที่ 4: หูฟัง Shokz สามารถช่วยลดเสียงลมได้หรือไม่
ในปัจจุบัน มีเพียงรุ่น OpenRun Pro 2 เท่านั้นที่มีระบบลดเสียงรบกวนจากลม ด้วยการจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนไว้ในจุดที่ปะทะลมน้อยที่สุด ประกอบกับการออกแบบโครงสร้างภายในเพื่อช่วยบล็อกลมไม่ให้เข้าสู่ไมโครโฟนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพการสนทนาที่คมชัดแม้ในสภาพที่มีลมแรง
คำถามที่ 5: ทำไม OpenRun ถึงได้มาตรฐาน IP67 ในขณะที่ OpenRun Pro 2 ได้มาตรฐาน IP55
ความแตกต่างนี้มีสาเหตุหลักมาจากโครงสร้างดีไซน์และจุดขายของผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก OpenRun Pro 2 เลือกใช้เทคโนโลยี DualPitch™ รุ่นล่าสุด ร่วมกับดีไซน์ตาข่ายแบบสองชั้น ซึ่งจะมอบระดับคุณภาพเสียงที่เหนือชั้นกว่ารุ่น OpenRun
จากการวิจัยข้อมูลกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมากพบว่า มาตรฐานการทนน้ำและทนฝุ่นระดับ IP55 นั้นเพียงพอและครอบคลุมต่อการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแล้ว คุณจึงสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ทางเราไม่แนะนำให้สวมใส่หูฟังในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น บ่อน้ำพุร้อน หรือห้องซาวน่า รวมถึงไม่ควรสวมใส่ขณะว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือกลางฝนที่ตกหนักเป็นเวลานาน
จากการวิจัยข้อมูลกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมากพบว่า มาตรฐานการทนน้ำและทนฝุ่นระดับ IP55 นั้นเพียงพอและครอบคลุมต่อการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแล้ว คุณจึงสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ทางเราไม่แนะนำให้สวมใส่หูฟังในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น บ่อน้ำพุร้อน หรือห้องซาวน่า รวมถึงไม่ควรสวมใส่ขณะว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือกลางฝนที่ตกหนักเป็นเวลานาน
คำถามที่ 6: หูฟังรุ่น OpenSwim และ OpenSwim Pro สามารถนำไปใช้ในน้ำทะเลหรือสระว่ายน้ำได้หรือไม่
ตามมาตรฐาน "การป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Code)" IEC 60529 หูฟังรุ่น OpenSwim และ OpenSwim Pro ได้รับมาตรฐานกันน้ำ IP68
IP68: สามารถใช้งาน OpenSwim Pro ใต้น้ำได้ลึกสุด 2 เมตร เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงโดยยังทำงานได้เป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม หูฟังไม่เหมาะสำหรับใช้งานในห้องซาวน่าหรือการใส่อาบน้ำ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจเร่งให้หูฟังเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และสารต่าง ๆ เช่น กำมะถันในซาวน่าอาจทำลายสารยึดเกาะ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการกันน้ำได้
OpenSwim Pro สามารถใส่ว่ายน้ำได้ทั้งในทะเลและสระว่ายน้ำทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากคราบเกลือ แนะนำให้ล้างหูฟังด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
หมายเหตุ: ในขณะชาร์จไฟหรือโอนย้ายข้อมูล กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งตัวหูฟังและสายเคเบิลแห้งสนิท เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาการทำงานของอุปกรณ์ให้เป็นปกติ
IP68: สามารถใช้งาน OpenSwim Pro ใต้น้ำได้ลึกสุด 2 เมตร เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงโดยยังทำงานได้เป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม หูฟังไม่เหมาะสำหรับใช้งานในห้องซาวน่าหรือการใส่อาบน้ำ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจเร่งให้หูฟังเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และสารต่าง ๆ เช่น กำมะถันในซาวน่าอาจทำลายสารยึดเกาะ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการกันน้ำได้
OpenSwim Pro สามารถใส่ว่ายน้ำได้ทั้งในทะเลและสระว่ายน้ำทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากคราบเกลือ แนะนำให้ล้างหูฟังด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
หมายเหตุ: ในขณะชาร์จไฟหรือโอนย้ายข้อมูล กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งตัวหูฟังและสายเคเบิลแห้งสนิท เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาการทำงานของอุปกรณ์ให้เป็นปกติ
คำถามที่ 7: ใช้โหมดบลูทูธขณะว่ายน้ำได้หรือไม่
ไม่ได้ โหมดบลูทูธไม่สามารถเปิดใช้งานใต้น้ำได้
เนื่องจากสัญญาณบลูทูธแพร่กระจายได้ดีในอากาศซึ่งมีแรงต้านต่ำ ทำให้สัญญาณเดินทางโดยมีสิ่งกีดขวางน้อยมาก ในทางกลับกัน น้ำถือเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะดูดซับคลื่นวิทยุอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคลื่นความถี่สูง เมื่อคลื่นวิทยุผ่านลงน้ำ พลังงานของคลื่นจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระยะการส่งสัญญาณสั้นลงอย่างมาก จนไม่เพียงพอต่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือรับส่งข้อมูลได้อย่างเสถียร
ด้วยเหตุนี้ ทางเราจึงแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้งานโหมด MP3 ของหูฟังซีรีส์สำหรับว่ายน้ำแทนเมื่อต้องใช้งานใต้น้ำ
เนื่องจากสัญญาณบลูทูธแพร่กระจายได้ดีในอากาศซึ่งมีแรงต้านต่ำ ทำให้สัญญาณเดินทางโดยมีสิ่งกีดขวางน้อยมาก ในทางกลับกัน น้ำถือเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะดูดซับคลื่นวิทยุอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคลื่นความถี่สูง เมื่อคลื่นวิทยุผ่านลงน้ำ พลังงานของคลื่นจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระยะการส่งสัญญาณสั้นลงอย่างมาก จนไม่เพียงพอต่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือรับส่งข้อมูลได้อย่างเสถียร
ด้วยเหตุนี้ ทางเราจึงแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้งานโหมด MP3 ของหูฟังซีรีส์สำหรับว่ายน้ำแทนเมื่อต้องใช้งานใต้น้ำ