การออกแบบไดอะแฟรมคู่
แบบซิงโครไนซ์
ขยายย่านความถี่ได้ถึง
↑40kHz[1]
ให้เสียงแหลมที่คมชัด เบสที่ทรงพลัง และความเพี้ยนของเสียงที่ต่ำเป็นพิเศษ
เสียงที่เหนือกว่าพร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ
Open-Ear เพื่อความคมชัดที่เหนือชั้น
ใส่สบายและไม่หลุดง่าย
เพลิดเพลินต่อเนื่อง
สูงสุด 50 ชั่วโมง
ประณีต
งานฝีมือ
ทุกรายละเอียด
การโทรที่คมชัด
ด้วยระบบ AI
อัจฉริยะ
ทนเหงื่อและ
ทนฝน
ระดับ IP55
Shokz OpenSound คือบทใหม่แห่งการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ เพื่อความเป็นเลิศด้านระบบเสียง Open-Ear Audio ของ Shokz ด้วย 3 นวัตกรรมหลักอย่าง โครงสร้างเสียงแบบ Open-Ear, อัลกอริทึมเสียงอัจฉริยะ และเทคโนโลยีควบคุมการเล็ดลอดของเสียง ทำให้ OpenSound คือมาตรฐานสูงสุดของคุณภาพเสียงแบบ Open-Ear ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อผลิตภัณฑ์ระดับคัดสรรของ Shokz โดยเฉพาะ เริ่มต้นจาก OpenFit Pro เป็นรุ่นแรก
หัวใจสำคัญของคุณภาพอันยอดเยี่ยมนี้คือ Shokz SuperBoost™ ระบบไดรเวอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ พร้อมไดอะแฟรมคู่ที่ทำงานร่วมกัน เพื่อมอบขีดความสามารถด้านเสียงที่ล้ำสมัยที่สุด
ด้วยขุมพลัง Shokz SuperBoost™ ทำให้ OpenFit Pro มีพลังเสียงที่เปี่ยมด้วยไดนามิกและไร้ความผิดเพี้ยน ผสานการทำงานของไดอะแฟรมคู่จากไดรเวอร์ขนาดใหญ่พิเศษขนาด 11 × 20 มม เพื่อถ่ายทอดทุกรายละเอียดอย่างครบถ้วน ทั้งเสียงสูงที่นุ่มนวลและเสียงเบสที่ทุ้มลึก
*เทียบเท่ากับลำโพงวงกลมขนาด 16.7 มม
การออกแบบไดอะแฟรมคู่
แบบซิงโครไนซ์
ขยายย่านความถี่ได้ถึง
↑40kHz[1]
ให้เสียงแหลมที่คมชัด เบสที่ทรงพลัง และความเพี้ยนของเสียงที่ต่ำเป็นพิเศษ
โดมครอบไดรเวอร์วัสดุ PMI
อะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน
ให้สัญญาณความถี่สูงที่แม่นยำและเสถียร พร้อมความสม่ำเสมอของการสั่นสะเทือนที่เหนือกว่า
ค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้าและ EQ แบบกําหนดเอง
เลือกจากโหมด EQ ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า 5 โหมด หรือสร้างโปรไฟล์ที่ปรับแต่งได้ 2 แบบเพื่อควบคุมเสียงของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ
Standard
Vocal
Bass Boost
Treble Boost
ส่วนตัว
ปรับแต่งเอง
Shokz OpenBass™ 2.0
สัมผัสทุกจังหวะด้วยเสียงเบสที่ทุ้มลึกและมีพื้นผิวที่ทําให้เพลงของคุณมีชีวิตชีวา
DirectPitch™ 3.0
เสียงจะพุ่งตรงเข้าหาคุณมากขึ้น ช่วยลดการเล็ดลอดของเสียงและทําให้เสียงของคุณเป็นส่วนตัว
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี DirectPitch™นวัตกรรมระบบลดเสียงรบกวนแบบ Open-Ear จาก Shokz
OpenFit Pro คือหูฟังรุ่นแรกของเราที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Open-Ear ซึ่งเป็นการผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเราเข้ากับเทคโนโลยีควบคุมเสียงรบกวนที่ล้ำสมัย เพลิดเพลินกับเสียงที่คมชัดและทรงพลังแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
ประสิทธิภาพสูง
ระบบตัดเสียงรบกวนชนิดแอคทีฟแบบ Open-Ear
ระบบไมโครโฟน 3 ตัว พร้อมอัลกอริทึมที่ปรับตามสรีระใบหู จะช่วยวิเคราะห์เสียงรบกวนภายในหูแบบเรียลไทม์ เพื่อมอบระบบตัดเสียงรบกวนที่แม่นยำและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล[2]
Feedforward Mic1
Feedforward Mic2
ไมโครโฟนตัวที่สองที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ
ของระบบลดเสียงรบกวนให้ดียิ่งขึ้น
Feedback Mic
คาดการณ์เสียงรบกวนในหู
ได้อย่างแม่นยำ
ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นอย่างไร OpenFit Pro พร้อมปรับตัวตามเสมอ ด้วยอัลกอริทึมอัจฉริยะที่จะช่วยปรับระบบลดเสียงรบกวนแบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ช่วยลดทอนเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการเพื่อให้เสียงเพลงของคุณยังคงความคมชัดโดยไม่ต้องเร่งระดับเสียง นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกปรับระดับการลดเสียงรบกวนได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าต้องการสมาธิที่จดจ่อมากขึ้นหรืออยากรับรู้เสียงรอบข้าง คุณจะสามารถคุมเองได้ทั้งหมด
ออกกำลังกายไปตามจังหวะเพลง พร้อมรับรู้สถานการณ์รอบตัวได้ตลอดเวลา
ด้วย Shokz Ultra-Soft Silicone™ 2.04ทำให้ OpenFit Pro มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและสบายผิวสำหรับการใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ในขณะที่ดีไซน์แบบ Open-Ear ช่วยให้หูของคุณโล่งสบายและปราศจากแรงกดทับ
ใส่สบาย
ด้วยการออกแบบก้านคล้องหูจากโลหะผสมนิกเกิล-ไทเทเนียมที่บางเป็นพิเศษ ทำให้ OpenFit Pro สามารถยืดหยุ่นได้ตามรูปทรงหูที่หลากหลาย ใส่สบายยาวนานและมีความมั่นคงในการสวมใส่ แม้ในขณะออกกำลังกายอย่างหนัก
อุปกรณ์เสริมรองรับ เพื่อความมั่นคง เป็นพิเศษ
สร้างจากโลหะผสมอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม ผ่านกระบวนการขึ้นรูปอย่างแม่นยำถึง 9 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ดีไซน์แบบโครงสร้างชิ้นเดียว (Unibody) มอบทั้งความแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา และความประณีตงดงามในทุกรายละเอียด
ไมโครโฟนรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะพร้อมวงแหวนลดเสียงรบกวน (Noise Reduction Ring) สร้างขึ้นเพื่อประสิทธิภาพทางเสียงที่ยอดเยี่ยม ช่วยยกระดับการรับเสียงและประสิทธิภาพของระบบลดเสียงรบกวนให้ดียิ่งขึ้น
มั่นใจว่าเสียงของคุณจะชัดเจนในทุกสภาวะด้วยไมโครโฟน 3 ตัวที่ทำงานร่วมกับระบบจดจำเสียง AI ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุดถึง 99.4% และล็อกสัญญาณเสียงพูดของคุณเพื่อให้มีความคมชัดสูงสุด[5]. เมื่อทำงานกับเทคโนโลยีควบคุมเสียงลมโดยเฉพาะ ช่วยให้การสนทนาของคุณยังคงชัดเจนแม้ในขณะที่มีลมแรง ไม่ว่าคุณจะอยู่ระหว่างการเดินทาง ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรม
รู้สึกถึงความแตกต่าง
รองรับมาตรฐานการชาร์จไร้สาย Qi
ใช้งานได้นานสูงสุดรวม
50 ชั่วโมง
เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ[7]
ใช้งานได้นานสูงสุด
12 ชั่วโมง
ต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว[8]
ใช้งานได้นานสูงสุด
6 ชั่วโมง
เมื่อเปิดระบบลดเสียงรบกวนต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว[8]
ชาร์จไวเพียง 10 นาที
ใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง[9]
เอียร์คลิปน้ำหนักเบา
พลังเสียงน่าทึ่ง
เปิดตัวหูฟังแฟล็กชิปใหม่ 4 มิถุนายน
ปลดล็อกของรางวัลและอื่น ๆ อีกมากมาย
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าถึงข่าวสารล่าสุด สินค้า และโปรโมชันล่าสุดก่อนใคร

